Showing posts with label ความสุข. Show all posts
Showing posts with label ความสุข. Show all posts

Monday, 28 September 2020

ความรักครั้งนี้สอนอะไรเราบ้าง? (How do you learn to this love?)

 


Photo by : Pung'Noey


เคยได้ยินประโยคที่หลายคนเคยบอกว่า เลิกกันทั้งที่ยังรักกันอยู่

ซึ่งตอนนั้นไม่เข้าใจว่าถ้ายังรักกันอยู่มันจะไปเลิกกันทำไม

คิดว่ามันต้องมีใครสักคนที่หมดรักสิมันถึงได้เลิกกันได้

พอมาถึงวันนี้ วันที่ได้เรียนรู้ ได้พบเจอด้วยตัวเอง

จึงเข้าใจแล้วว่า เลิกกันทั้งที่ยังรักมาก

มันเป็นเช่นไร

 

ถ้าหากมองในมุมของการเป็นแฟน เป็นคู่รัก

แค่เธอกับฉันเรารักกันมันก็น่าจะพอแล้ว

แต่หากมองในมุมของ คู่ชีวิต

คำว่า รักอย่างเดียว

มันไม่พอ


Photo by : Pung'Noey

 

คู่ชีวิตมันใช้องค์ประกอบหลายอย่างในการเดินคู่ไปด้วยกัน

เรามีความรักเป็นที่ตั้ง แต่มันก็ต้องมีความเข้าใจ ความอดทน

ความพร้อม ความหวัง ความคิด ความดี มาประกอบ

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ ความรักนั่นคือ

ทัศนคติ


ทัศนคติ

ต่อการดำรงชีวิตคู่มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ถ้าคนสองคนมีมุมมองการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

มีจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกันมันยากที่จะประคองกันไปได้

เขาไม่ผิดที่มีทัศนคติที่ไม่เหมือนกับเรา และ

เราก็ไม่ผิดที่มีทัศนคติที่ไม่เหมือนกับเขา

ไม่มีใครผิดเลย

 

Photo by : Pung'Noey



มันคงไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักที่ต้องเลิกในขณะที่ยังรักเต็มหัวใจ

และไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราจะไม่เสียใจต่อเหตุการณ์เช่นนี้

แต่บนความเศร้ามันมีความเข้าใจอยู่มาก ๆ

เข้าใจในเหตุและผลที่เกิดขึ้น

ไม่ฟูมฟาย ไม่ร่ำร้อง

เศร้าแต่สงบ

 

ดังนั้นถ้าเรารักใครสักคน

เราก็หวังอยากให้เขาได้มีชีวิตที่ดีมีความสุขในแบบที่เขาเลือก

และเช่นกันหากเขาคนนั้นรักเรา

เขาก็คงปรารถนาให้เรามีความสุขในเส้นทางที่เราเลือกเช่นนั้นด้วย

ดังนั้นคำว่า เลิกกันทั้งที่ยังรัก

มันคือความรักที่เห็นอกเห็นใจเข้าใจในความต้องการของกันและกัน

พร้อมที่จะซัพพอร์ทกันในสถานะอื่นได้

ในเมื่อวันนี้ถ้ารักกันในแบบแฟน คู่รัก คู่ชีวิต แล้วมันไม่รุ่ง

ก็ลองหันมารักกันในแบบอื่นอาจจะดีกว่า

แม้สถานะจะเปลี่ยนแต่ความรักจะยังคงอยู่ตลอดไป 😊

 

 

Photo by : Pung'Noey



จงคืนความเป็นอิสระให้แก่กัน

เพราะชีวิตก็เหมือนแจกัน วางผิดที่ก็ไม่สวย

เอาแจกันไปวางกลางทุ่ง มีดอกไม้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่เข้ากัน

💙💙💙💙💙


Pung'Noey :)


Tuesday, 5 May 2020

เรื่องเล่าจากเฟรนด์ชิพ (Friendship Stories)


      ในขณะที่ฉันกำลังงุ่นง่านกับการค้นหาเอกสารในตู้เก็บของใบเก่า มันเป็นตู้ไม้ที่อยู่กับครอบครัวของเรามาเกิน 10 ปีแล้ว นอกจากจะใช้เป็นตู้เก็บเอกสาร เก็บของใช้ต่าง ๆ แล้ว มันยังเป็นตู้ที่เก็บความทรงจำของฉันเอาไว้ด้วย


       หนึ่งในความทรงจำของฉัน ถูกรื้อค้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อยามที่สายตาไปสะดุดกับสมุด Friendship สมุดสุดฮิตที่ต้องมีในวัยมัธยม ฉันละจากการค้นหาเอกสารโดยพลัน แล้วหยิบสมุดเล่มนั้นมานั่งเปิดอ่านในห้องนั่งเล่น สภาพสมุดยังดูสมบูรณ์  ซึ่งก็มีเพียงสีปกที่ดูซีดจางลงไปบ้างตามกาลเวลา


Photo By : Pung'Noey


        เมื่อเปิดหน้าแรกของ Friendship ก็จะได้พบกับประวัติชีวิตส่วนตัวของฉัน ซึ่งในตอนนั้นก็คิดว่าข้อมูลที่เขียนนั้นดีมากแล้ว อีกทั้งลายมือที่เขียนก็ดูไม่ค่อยบรรจงสวยงามสักเท่าไร ถ้าให้บรรยายคงต้องใช้คำว่า เขียนแบบภาษาวัยรุ่นในยุคนั้น

     เมื่อเปิดหน้าถัดไปจะได้พบกับรูปถ่ายจากกล้องฟิล์ม ที่อัดล้างออกมาติดในสมุดเป็นรูปถ่ายหมู่คณะที่ประกอบไปด้วยอาจารย์ประจำชั้นพร้อมทั้งเพื่อน ๆ อีกหลายสิบคน ซึ่งในสมุดเล่มนี้นั้นเขียนระบุไว้ว่าเป็นภาพถ่าย เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 จากวันนั้นจนถึงวันนี้วันที่ฉันกำลังเขียนบทความเรื่องนี้อยู่ มันผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 14 ปี ซึ่งฉันในตอนนั้นกับฉันในตอนนี้ หน้าตาไม่ได้ดูเปลี่ยนไปสักเท่าไร แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากมาย คือ น้ำหนักตัวที่มากขึ้นตามอายุ

         ฉันนั่งไล่เรียงดูหน้าเพื่อน ๆ แต่ละคนด้วยความคิดถึง และบุคคลที่ฉันยังคงระลึกนึกถึงอยู่เสมอ คือ อาจารย์ประจำชั้น นามของท่านคือ อาจารย์ วนิดา ท่านเป็นอาจารย์ที่น่ารัก ใจดีกับฉันมาตลอด คอยประสิทธิ์ประสาทวิชา  คอยผลักดันฉันอยู่เรื่อยมา ในวันนี้ฉันหวังว่าอาจารย์จะยังคงมีสุขภาพที่ดี และมีความสุขสมบูรณ์

        เมื่อไล่เปิดสมุดดูถัดไปเรื่อย ๆ จะได้พบกับรูปถ่ายจากกล้องฟิล์มอีกเช่นเคย เป็นรูปถ่ายที่มีจำนวนไม่มากเพราะค่าอัด ค่าล้างในสมัยนั้นก็หลายสิบบาทอยู่ รูปเหล่านั้นเป็นรูปถ่ายกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ฉันรักมากที่สุดอีกส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นรูปถ่ายตอนที่ฉันได้ไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด มันทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนฉันมีความสุขมากแค่ไหน นั่งดูไป ยิ้มไป เพลินตาดี

        และอีกสิ่งหนึ่งในสมัยวัยมัธยมที่นิยมทำกัน คือ การแลกรูปกันเพื่อนำมาติดในสมุด Friendship พร้อมเขียนชื่อ – นามสกุล ของเพื่อน ๆ แต่ละคนไว้อย่างดี มาคิดดูอีกทีก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ลืมชื่อ ลืมหน้ากันไป

       ส่วนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันของสมุด Friendship เล่มนี้ คือ การบรรยายความในใจของเพื่อน ๆ ที่มีต่อฉัน บางคนเขียนสั้นบ้าง บางคนเขียนยาวบ้าง แตกต่างกันไปตามความสนิท บางคนก็เลือกเขียนหน้าตามสีของสมุดที่ชอบ ซึ่งก็จะทำให้หน้าสมุดเว้นวรรคขาดตอนเป็นเรื่องธรรมดา
Photo By : Pung'Noey

       แต่เนื้อหาในสมุดที่มันสะดุดความรู้สึกของฉัน คือ การเขียนบรรยายความรู้สึกของเพื่อนสนิท ที่ตอนนั้นเราไม่ได้สนิทกันแล้ว นี่คือ อีกหนึ่งความทรงจำที่เจ็บปวดของชีวิต เพราะ ฉันคือคนที่ถอยออกห่างความสัมพันธ์ คำว่า
เพื่อนสนิท ฉันจำได้ดีว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันต้องตัดสินใจแบบนั้น แต่ฉันไม่เคยเอื้อนเอ่ยบอกเหตุผลที่แท้จริงกับเพื่อน ๆ เลยสักนิด

       ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่ 3 คน เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาล 1  เมื่อเทอมที่สองของชั้น ม.3 มันมีเหตุการณ์จากความประพฤติที่ไม่ดีของฉัน ฉันกลัวว่าจะทำให้เพื่อน ๆ ต้องเดือดร้อน หรือ อึดอัดใจในการที่มีฉันอยู่ในกลุ่ม ฉันจึงตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์อันดี และใช้ชีวิตตัวคนเดียวในเทอมสุดท้ายของภาคเรียนนั้น ฉันเสียใจที่สุดและฉันยังจำได้ดีว่าฉันมีเพื่อนสนิทที่ฉันรักและเธอทุกคนก็น่ารักกับฉันมาก

       ฉันกล้าที่จะพาตัวเองออกจากกลุ่ม แต่ฉันไม่กล้าที่จะบอกถึงเหตุผลจริง ๆ ว่าทำไมฉันถึงทำอย่างนั้น และความขี้ขลาดยังรวมไปถึงการที่ฉันไม่กล้าที่จะเอ่ย คำว่า ขอโทษฉันภาวนาว่าสักวันเธอเหล่านั้นคงได้รับรู้จากการเปิดอ่านบทความนี้

      14 ปีผ่านมาแล้ว มันคงไม่สามารถทำให้เรากลับมาสนิทกันได้อีกครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิต มันเป็นทั้งความทรงจำที่ดีและเจ็บปวด ฉันคิดว่าชีวิตก็เหมือนละครที่ย่อมมีตอนอวสาร มันอาจไม่สมบูรณ์แบบ มันอาจไม่ Happy Ending แต่ฉันยังคงยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง มันยังคงมีความทรงจำอื่น ๆ จากเพื่อน ๆ อีกหลายคน มีเหตุการณ์ที่น่ารัก ทรหด กลั่นแกล้งกันบ้างตามประสาเด็กน้อย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีคุณค่าในชีวิตทั้งสิ้น


ขอบคุณสมุด Friendship ที่ทำให้เรายังจำ Friend และความ Ship หายของตัวเองได้ทุกตอน

ภาพสีจาง ความทรงจำเลือนลาง แต่ ความรู้สึกยังชัดเจน .... Friendship

Pung'Noey :)






Saturday, 19 January 2019

อย่าสูญเสียจนเสียศูนย์


Photo By : Pung′Noey


ความสูญเสีย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียสิ่งของ สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียความรู้สึก หรือแม้กระทั่งการสูญเสียโอกาสต่าง ๆ ในชีวิต

ความสูญเสีย อันเกิดจากความพลัดพราก มันจะกระชากความรู้สึก ฉุดรั้งสภาพจิตใจของเราให้ดำดิ่งลงไปสู่ความทุกข์ ความเศร้าหมอง หากเราไร้สติในการประคองมันก็ยากที่จะยอมรับความเป็นจริง ยากที่จะยอมเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ยากที่จะดึงสภาพจิตใจและความรู้สึกให้ดีขึ้น

ความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน โดยที่เรายังไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจ มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ภายในอุโมงค์ นอกจากความมืดมิดที่ต้องพบเจอ ก็ยังมีความสับสนเข้ามาสมทบ จะยืนอยู่ก็ไม่ได้ จะเดินต่อไปก็ยังไม่เห็นแสงสว่าง


บางคนใช้เวลาไม่กี่วันในการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น

บางคนใช้เวลาเป็นปีในการยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

บางคนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการอยากลืมกับสิ่งที่เกิดขึ้น


     เพราะความเข้มแข็ง สภาพจิตใจ ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถบอกได้ว่า ควรใช้เวลาอยู่กับความสูญเสียเท่าใดจึงจะเพียงพอ ไม่สามารถเอาความรู้สึกของเราไปตัดสินคนอื่นได้ว่า โง่ งมงาย อ่อนแอเกินไป ไร้สติ

     สิ่งที่ผู้สูญเสียควรได้รับคือ การรับฟัง และ กำลังใจ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รู้สึกว่าแม้จะเสียบางสิ่ง แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ยังมีคุณค่าต่อเขาอยู่ หรือ แม้กระทั่งการสร้างความรู้สึกให้เขามีคุณค่าในตัวเอง เมื่อใดที่เขาพร้อมจะยอมรับ เขาจะใช้สติที่ยังมีในการก้าวเดินต่อไป


มีศูนย์ให้เริ่มนับ

ดีกว่าเสียหลักจนเสียศูนย์

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังสูญเสีย

Pung′Noey :)





Tuesday, 25 December 2018

กลับบ้านเรา...รักรออยู่


Photo By : Pung′Noey


อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 
เทศกาลที่ใครหลาย ๆ คนได้มีวันหยุดยาว ได้มีเวลาพักผ่อน ท่องเที่ยว 
หรือ เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา กลับสู่บ้านเราที่มีรักรออยู่

หลายคนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ห่างจากอกพ่อแม่ ห่างจากอ้อมกอดของลูก 
เพื่อมาอดทนขายแรงงาน ขายความคิด ขายเวลาของชีวิตในเมืองอุตสาหกรรม

หลายคนอยากหลีกหนีความจน ดิ้นรนให้พ้นความยากลำบาก
จึงเดินทางมาทำงานแลกเงินในเมืองหลวง เมืองใหญ่

หลายคนยังเป็นนักเรียน นักศึกษา 
ห่างจากบ้านมาเพื่อไขว่คว้าวุฒิ ปริญญา ตามความฝันที่คิดไว้

ไม่ว่าจะด้วยสถานภาพทางสังคมแบบไหน 
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือสาเหตุใด
จงทิ้งความเหนื่อยล้า
จงทิ้งความเศร้า
จงทิ้ง
ความไม่ดีไว้ที่ปีเก่า
แล้วหอบเอาความสุขที่ยังพอมี
เดินทางกลับไปซบลงที่ตรงตักพ่อแม่
เดินทางกลับไปรับอ้อมกอดจากลูกที่ห่วงใย

ถึงแม้วันนี้ ...
หากใครที่ไม่มีบ้าน ไม่มีใครให้กลับไปหา
โปรดจงใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา
ตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น สร้างความสุขในแบบของเรา
สร้างคำว่าบ้าน คำว่ารัก อย่าจมปรักกับความทุกข์เศร้า
ชีวิตเราที่เกิดมาย่อมมีคุณค่าและความหมายเสมอ


เวลาในชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่เราคิด

จงทำทุกวัน เวลา นาที ให้ดีที่สุด

กลับบ้านเรา รักรออยู่

ขอให้ทุกท่านจงมีความสุข ^^

🌟 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๒ 🌟




Pung′Noey :)